สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตั้งแต่แรกพบ และเลือกทรัพย์ที่ใช่เพื่อความสำเร็จในสายอาชีพ
จิตวิทยาในการ “นัดพบลูกค้า” ที่หลายคนมองข้าม
เวลาเราจะเสนอ “ราคาขาย” ที่ต่ำกว่าความคาดหวังของเจ้าของบ้าน…
สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่ข้อมูล แต่คือ “สถานที่ที่เราจะพูดเรื่องนี้กับเขา”
🔸 ถ้าลูกค้า มีความผูกพันกับบ้านสูง (เช่น เคยอยู่อาศัย มีเรื่องราว) →
ควร นัดคุยนอกบ้าน เช่น ร้านกาแฟ ห้องประชุม เพื่อให้เขา “มองบ้านเป็นทรัพย์สิน” มากกว่าความรู้สึก
🔸 แต่ถ้าลูกค้า ยังไม่เคยอยู่ หรือไม่มีอารมณ์ร่วม →
สามารถ นัดคุยที่บ้าน ได้เลย เพราะจะช่วยให้เราสำรวจทรัพย์ และพูดถึงรายละเอียดได้ตรงจุด
นี่คือเรื่องเล็กที่ “มืออาชีพไม่มองข้าม” เพราะมันมีผลต่อ “อารมณ์ในการตัดสินใจ” อย่างมาก
หลักการคัดเลือก Good Listing – คิดก่อนรับ!
โค้ชพูดชัดเลยว่า…
“ถ้าเลือกทรัพย์ผิด ต่อให้ทำเก่งแค่ไหน ก็เสียพลัง เสียเวลา”
Good Listing ที่ควรรับเข้าพอร์ตต้องมี “3 องค์ประกอบ” ดังนี้:
1) Motivated Seller – ผู้ขายที่ “มีแรงจูงใจ”
เจ้าของทรัพย์ต้องมีเหตุผลที่ “ต้องขาย” ไม่ใช่แค่ “อยากขายเฉย ๆ”
แรงจูงใจจะทำให้เขากล้าตัดสินใจเมื่อถึงเวลา เช่น:
- จะย้ายประเทศ
- ต้องการเงินใช้ด่วน
- แบ่งมรดก / ปรับโครงสร้างครอบครัว
👉 เครื่องมือที่ช่วยค้นหาแรงจูงใจ คือ “คำถามเชิงโค้ชชิ่ง” เช่น
– อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณจากการขายครั้งนี้?
– ถ้าขายได้ในช่วงเวลาเหมาะสม…คุณจะทำอะไรต่อ?
2) Right Property – ทรัพย์ที่ “เหมาะกับตลาด”
ทรัพย์นั้นต้อง “ตอบโจทย์ตลาดจริง” ไม่ใช่เอามาลงเล่น ๆ
ต้องพิจารณาหลายปัจจัย:
- 🎯 Buyer Persona: กลุ่มเป้าหมายคือลูกค้าแบบไหน
- 🧭 Highest and Best Use: การใช้ประโยชน์ที่ดีที่สุดของทรัพย์
- 📈 Demand & Supply: ตลาดย่านนี้กำลังต้องการทรัพย์แบบนี้หรือไม่
- 🏠 Staging: บ้านพร้อมขายหรือยัง? ต้องจัดให้ดูน่าอยู่ไหม?
3) Sellable Strategy – มีกลยุทธ์ขายได้จริง
ไม่ใช่แค่รับมาลงขาย…แต่เราต้อง มีวิธีการขาย ที่เข้าเป้า
เพราะบางทรัพย์ต้อง “เจาะกลุ่มเฉพาะ” หรือ “ใช้เทคนิคเฉพาะทาง” เช่น:
- บ้านหรูต้องใช้ระบบนัดชมแบบคัดกรอง
- คอนโดปล่อยเช่าต้องเสนอผลตอบแทน
- บ้านซอยลึกต้องใช้ Storytelling
✨ ถ้าทรัพย์ไหนผ่าน 3 ข้อนี้ไปได้ โค้ชบอกเลยว่า…
“Listing นี้แหละ คือทรัพย์ที่เราควรทุ่มเต็มร้อย เพราะมีโอกาสปิดได้สูงและคุ้มค่า”

Join The Discussion